วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551

งานครั้งที่ 7 Certificate CCNA CCNP CCIE ค่าใช้จ่าย

Certificateประกาศนียบัตรในผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น เป็นเสมือนสิ่งที่รับรองบุคคลว่าบุคคลที่ได้รับประกาศนียบัตรนั้นมีความรู้ความชำนาญในเรื่องของผลิตภัณฑ์นั้น
สามารถที่จะทำงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายบริษัทและองค์กร
ต่างมีการออกประกาศนียบัตรเพื่อรับรองถึงคุณภาพของบุคลากรที่ได้รับประกาศนียบัตรของตน
ซึ่งต้องมีการทดสอบในเรื่องความรู้และความชำนาญในผลิตภัณฑ์ของตนบทความนี้เป็นการบอกเล่าถึงประกาศนียบัตรประเภทต่างๆ ของแต่ละบริษัท เช่น ไมโครซอฟท์ ซิสโก้ ซัน และโนเวล นอกจากนี้ในตอนท้ายมีขั้นตอนในการเตรียมพร้อมเพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในการสอบใบประกาศนียบัตรหากกล่าวถึงเรื่องของประกาศนียบัตร (Certificate) หรือใบรับรองความสามารถนั้น นับได้ว่าเป็นสิ่งที่รับรองถึงความรู้ความสามารถของบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีจนถึงขั้นที่ว่าเป็นมาตรฐานเลยทีเดียว ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิต และองค์กรบางองค์กรได้ออกประกาศนียบัตรเพื่อรับรองถึงคุณภาพของบุคลากรที่ได้รับประกาศนียบัตรของตน เทคโนโลยีในด้านต่างๆ มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์นั้นมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา บริษัทและองค์กรต่างๆ ที่มีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ภายในองค์กรนั้น ย่อมต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ในด้านของเทคโนโลยีดังกล่าว เมื่อความรู้และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง บุคลากรเหล่านั้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงเป็นธรรมดาที่ต้องพัฒนายกระดับความรู้ความสามารถของตนเองให้สามารถทำงานกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงให้ได้ การพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรทำได้หลายทาง ยกตัวอย่าง เช่น การศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง การสอบถามจากบุคคลอื่นที่มีความรู้และความชำนาญมากกว่า และการเข้ารับการอบรม เป็นต้น การสอบเพื่อให้ได้ใบประกาศนียบัตรเป็นหนึ่งในแนวทางการยกระดับความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบุคลากร รวมถึงองค์กรตลอดจนถึงระดับประเทศด้วย ปัจจุบัน เจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้นมีการจัดสอบเพื่อวัดระดับความรู้ของบุคคลมีต่อผลิตภัณฑ์ของตนเพื่อที่จะสามารถประเมินได้อย่างคร่าวๆ ว่าบุคคลนั้นมีความรู้ความชำนาญในเรื่องของผลิตภัณฑ์มากน้อยเพียงไร บริษัทผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์อันเป็นที่นิยมอาทิเช่น ไมโครซอฟท์ ซัน ไมโครซิสเต็ม ซิสโก้ซิสเต็ม ออราเคิล และโนเวล ซึ่งประกาศนียบัตรของแต่ละผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป เรามาลองพิจารณารายละเอียดประกาศนียบัตรต่างๆ ของผู้ผลิตซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นกัน
1. Cisco Certified Network Associate (CCNA)เป็นประกาศนียบัตรที่ผู้ที่ได้รับต้องมีความรู้ในเรื่องของระบบเครือข่าย สามารถติดตั้งและดูแลจัดการระบบเครือข่ายขนาดเล็กได้ CCNA นี้ไม่มีวิชาบังคับที่ต้องได้รับมาก่อน (Exam Prerequisite) เมื่อสอบผ่านวิชาใดวิชาหนึ่ง ก็สามารถได้รับประกาศนียบัตรนี้ ค่าใช้จ่ายในการสอบ 8, 000บาท
2. Cisco Certified Network Professional (CCNP)เป็นประกาศนียบัตรที่ผู้ที่ได้รับต้องมีความรู้เป็นอย่างดีในเรื่องของระบบเครือข่าย สามารถติดตั้งและดูแลจัดการระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ การที่จะสามารถสอบ CCNP ได้ต้องสอบผ่าน CCNA มาก่อน ค่าใช้จ่ายในการสอบ 36,000บาท
3.Cisco Certified Internetwork Expert (CCIE)เป็นประกาศนียบัตรขั้นสูงสุดในส่วนของ Network Installation and Support Certification และ Communication and Services Certificationฺค่าใช้จ่าบในการสอบ 140,000บาท

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 24, 2008

ข้อสอบอัตนัย 10 ข้อ(เรื่อง เราเตอร์)
1. การป้องกันการกระจายสัญญาณ คืออะไร
ตอบ อุปกรณ์เราเตอร์ป้องกันการกระจายสัญญาณ ( Broadcast ) ข้ามเซกเมนต์ ซึงแตกต่างจากรีพีตเตอร์และบริดจ์

2.เราเตอร์มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ดีในการเชื่อมต่อเครือข่ายอะไรบ้าง
ตอบ1.ทำงานได้ทั้งแบบ รีพีตเตอร์ บริดจ์ และเกทเวย์
2.แบ่งแยกเครือข่ายขนาดใหญ่ให้เป็นเครือข่ายย่อย ( Sub-network )
3.สามารถควบคุมการบรอดคาสต์ระหว่างเซกเมนต์ ( Broadcast Storm control )
4.สร้างระบบรักษาความปลอดภัยได้หลายแบบ ( Network Security Firewall )
5. ทำการค้นหาหมายเลขเครือข่ายได้ ( Address Resolution )
6. ใช้ได้ทั้งเครือข่ายท้องถิ่นและเครือข่ายระยะไกล ( LAN & WAN )
7.ไม่มีการเชื่อมต่อระหว่างจุดต่อจุดในการรับส่งแพคเก็ต ( Connection less )

3. เราเตอร์มีความสามารถใช้โปรโตคอลได้หลากหลาย สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืออะไร
ตอบ ซอฟต์แวร์จัดการระบบเครือข่าย ( Network Operating System )

4. อะไรเป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายสองเครือข่ายที่แยกจากกัน
ตอบ บริดจ์

5. อุปกรณ์หลักในการเชื่อมโยงเครือข่าย คือ
ตอบ บริดจ์ เราเตอร์ และ สว

6. อุปกรณ์เราเตอร์ เป็นยังไง
ตอบ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในแบบเราติง ซึ่งถ้ามองย้อนหลังไปในอดีตนั้น มีบทบาทมากในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

7. เราเตอร์ คืออะไร
ตอบ เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานในระดับชั้นเน็ตเวิร์กตามรูปข้างล่างนี้ เราเตอร์ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ในระดับเดทาลิงค์ได้หลายรูปแบบ

8. เราเตอร์มีหน้าที่อะไร
ตอบ จัดแบ่งเครือข่ายและเลือกเส้นทางที่เหมาะสมเพื่อนำส่งแพ็กเก็ต เราเตอร์จะป้องกันการบรอดคาสต์แพ็กเก็ตจากเครือข่ายหนึ่งไม่ให้ข้ามมายังอีกเครือข่ายหนึ

9. เราเตอร์จะรับข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเข้ามาตรวจสอบแอดเดรสผ่านไปทางไหน
ตอบ ปลายทาง

10. อุปกรณ์ที่นิยมใช้ในการเชื่อมโยง คือ อะไร
ตอบ เราเตอร์

ข้อสอบปรนัย 10 ข้อ(เรื่อง เราเตอร์)
1. เราเตอร์คืออะไร
ก. จุดอ่อนของอินเทอร์เน็ต. นักวิเคราะห์จากการ์ตเนอร์ว่า ... ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่แฮกเกอร์จะหลอกใช้เราเตอร์ คือทั้งหลอกและใช้
ข.ฮาร์ดแวร์ชนิดหนึ่ง ที่คุณสามารถใช้ในการเชื่อมต่อ หรือ "สร้างเครือข่าย" ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ
ค. เราเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนกว่าบริดจ์ ทำหน้าที่เชื่อมต่อ LAN หลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน
ง.ถูกทุกข้อ

2. อุปกรณ์เราเตอร์ เป็นยังไง
ก. เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในแบบเราติง ซึ่งถ้ามองย้อนหลังไปในอดีตนั้น มีบทบาทมากในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ข. ฮาร์ดแวร์ชนิดหนึ่ง ที่คุณสามารถใช้ในการเชื่อมต่อ หรือ "สร้างเครือข่าย" ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ
ค. เราเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนกว่าบริดจ์ ทำหน้าที่เชื่อมต่อ LAN หลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน
ง. จุดอ่อนของอินเทอร์เน็ต. นักวิเคราะห์จากการ์ตเนอร์ว่า ... ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่แฮกเกอร์จะหลอกใช้เราเตอร์ คือทั้งหลอกและใช้

3. เราเตอร์จะรับข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเข้ามาตรวจสอบแอดเดรสผ่านไปทางไหน
ก. กลางทาง
ข. ปลายทาง
ค. ต้นทาง
ง.ถูกทุกข้อ

4.อะไรเป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายสองเครือข่ายที่แยกจากกัน
ก. สวิตซ์
ข. เราเตอร์
ค. บริดจ์
ง. ไม่มีข้อถูก

5. อุปกรณ์ที่นิยมใช้ในการเชื่อมโยง คือ อะไร
ก. สวิตซ์
ข. เราเตอร์
ค. บริดจ์
ง. ไม่มีข้อถูก

6. ข้อดีของการใช้เราเตอร์
ก. ในการใช้เราเตอร์เชื่อมต่อเครือข่ายเข้าด้วยกัน ปริมาณการส่งข้อมูลของแต่ละเครือข่ายย่อยจะแยกจากกันโดยเด็ดขาด
ข.มีความคล่องตัวในการทำงานสูง เนื่องจากสามารถทำงานร่วมกับโทโพโลยีได้ทุกชนิด
ค.สามารถกำหนดความสำคัญในการส่งข้อมูลได้ เช่น สามารถกำหนดได้ว่าหากข้อมูลที่ส่งไปอยู่ในรูปแบบของโปรโตคอลที่มีลำดับความสำคัญสูง ก็สามารถลัดคิวส่งออกไปได้ก่อน
ง.ถูกทุกข้อ

7. อุปกรณ์หลักในการเขื่อมโยงเครือข่าย คืออะไร
ก. บริดจ์
ข. เราเตอร์
ค. สวิตซ์
ง.ถูกทุกข้อ

8. เราเตอร์มีหน้าที่อย่างไร
ก. เชื่อมโยงเครือข่าย
ข. รับ-ส่งสัญญาณ
ค. จัดเเบ่งเครือข่ายและเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
ง. ถูกข้อ ข

9.การป้องกันการกระจายสัญญาณ คืออะไร
ก.อุปกรณ์เราเตอร์ป้องกันการกระจายสัญญาณ ( Broadcast) ข้ามเซกเมนต์
ข. จัดเเบ่งเครือข่ายและเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
ค.ซอฟต์แวร์จัดการระบบเครือข่าย ( Network Operating System)
ง.ถูกเฉพาะข้อ ค

10. เราเตอร์มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ดีในการเชื่อมต่อเครือข่ายมีกี่คุณสมบัติ
ก.4 อย่าง
ข.5 อย่าง
ค.7 อย่าง
ง.8 อย่าง
*************************************************************************************

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

วิธีการต่อสายแลน


การทำสายสัญญาณ เพื่อใช้เองในบ้านหรือในสำนักงานขนาดเล็กก็ได้ วิธีการก็ไม่มีอะไรมากอย่างแรกเลยก็จัดเตรียมเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ให้ครบถ้วนก่อนจะได้ไม่ต้องวิ่งหาตอนติดตั้ง โดยอุปกรณ์โดยทั่วไปก็มี สายสัญญาณหรือ UTP Cable หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าสาย LAN แล้วก็หัว RJ-45 (Male), Modular Plug boots หรือตัวครอบสาย หากว่ามี Wry Marker แล้วก็จะมีเหมือนกันเพราะว่าจะช่วยในการทำให้เราจำสายสัญาณได้ว่าปลายด้านไหนเป็นด้านไหน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วก็จะเป็นหมายเลข ไว้ใส่ในส่วนปลายทั้งสองด้านเพื่อให้ง่ายในการตรวจสอบระบบสายสัญญาณ คีมแค้มสายสัญญาณ หรือ Crimping Tool, มีดปอกสาย หรือ Cutter
เอาละมาว่ากันเลยดีกว่าก่อนอื่นก็หยิบมีดหรือ Cutter อันเล็ก ๆ มาอันหนึ่งแล้วก็เล็งไปที่นิ้วจากนั้นก็ตัดนิ้วทิ้งไปซะ แล้วค่อยเอาหัว RJ มาต่อกับนิ้วแทน เท่านี้คุณก็สามารถเชื่อมต่อตัวคุณเองเข้าสู่ระบบเครือข่ายด้วยความไวสูงสุดถึง 100 มิลลิลิตรต่อนาที บางทีอาจจะเป็น Full Duplex Mode อีกต่างหาก ล้อเล่น ๆ เอาละนะใช้มีดปอกสายสัญญาณที่เป็นฉนวนหุ้มด้านนอกออกให้เหลือแต่ สายบิดเกลียวที่อยู่ด้านใน 8 เส้นแล้วก็จะเห็นด้ายสีขาว ๆ อยู่ให้ตัดทิ้งได้ โดยการปอกสายสัญญาณนั้นให้ปอกออกไว้ยาว ๆ หน่อยก็ได้ประมาณสัก 1 เซ็นครึ่งก็น่าจะได้นะตามตัวอย่างดังรูปข้างล่างนี้

จากนั้นก็ให้ใส่ Modular Plug boots เข้ากับสาย UTP ด้านที่กำลังจะต่อกับหัว RJ-45 ไว้ก่อนเลยดังรูปข้างล่างนี้

รูปแสดงคีมหรือ Crimping Tool ที่จะใช้ในการแค้มหัว อันนี้เป็นของยี่ห้อ Amp ราคาในตลาดก็คงประมาณ 5,000-6,000 บาทมั้งแต่ถ้าไม่ได้ใช้เยอะก็แนะนำให้เดินซื้อแถวพันทิพย์ หรือ ศูนย์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกมุมในปัจจุบันนี้ ถ้าเอาแบบพอใช้ได้ราคาก็ประมาณ 400-800 บาท คุณภาพก็พอใช้ได้นะ ผมก็เคยซื้อมาใช้หลายอันแล้ว แต่ของ Amp นี้ค่อนข้างน่าใช้และชัวร์กว่าเยอะในการเข้าสาย แต่ราคานี่สิผมว่ามันไม่ค่อยจะน่าสนเท่าไหร่ ถ้าเราไม่มีอาชีพในการทำงานด้านนี้เฉพาะหรือ ต้องมีการเดินระบบสายสัญญาณบ่อย ๆ รูปของคีมหรือ Crimping Tool ด้านหน้าที่จะใช้แค้มสาย หลังจากที่ปอกสายเสร็จแล้วก็ให้ทำการแยกสายทั้ง 4 คู่ที่บิดกันอยู่ออกเป็นคู่ ๆ ก่อนโดยที่ให้แยกคู่ต่าง ๆ ตามลำดับต่อไปนี้ ส้ม-ขาวส้ม ---> เขียว-ขาวเขียว ---> น้ำเงิน-ขาวน้ำเงิน ---> น้ำตาล-ขาวน้ำตาล เพื่อแบ่งสายออกเป็นหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ก่อน จากนั้นจึงค่อยมาทำการแยกแต่ละคู่ออกมาเป็นเส้น โดยให้ไล่สีดังนี้
ขาวส้ม ---> ส้ม ---> ขาวเขียว ---> น้ำเงิน ---> ขาวน้ำเงิน ---> เขียว ---> ขาวน้ำตาล ---> น้ำตาล
ซึ่งสีที่ไล่นี้เป็นสีที่ใช้เป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเข้าสายมีมาตรฐานการไล่สีอยู่หลัก ๆ ก็ 2 แบบแต่ในที่นี้ผมเอาแบบนี้แล้วกันเพราะว่าส่วนมากแล้วเขาจะใช้วิธีการไล่สีแบบนี้ หลังจากจัดเรียงสีต่าง ๆ ได้แล้วก็ให้จัดสายให้เป็นระเบียบ ให้พยายามจัดให้สายแต่ละเส้นชิด ๆ กัน ดังรูป
หลังจากนั้นให้ใช้คีมตัดสายสัญญาณที่เรียงกันอยู่นี้ให้มีระบบปลายสายที่เท่ากันทุกเส้น โดยให้เหลือปลายสายยาวออกมาพอสมควร จากนั้นก็ให้เสียบเข้าไปในหัว RJ-45 ที่เตรียมมา โดยให้หันหัว RJ-45 ดังรูปจากนั้นค่อย ๆ ยัดสายที่ตัดแล้วเข้าไป โดยพยายามยัดปลายของสาย UTP เข้าไปให้สุดจนชนปลายของช่องว่าในหัว RJ-45 เลย

สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเชื่อมต่อสายสัญญาณในช่วงนี้ก็คือต้องยัดฉนวนหุ้มที่หุ้มสาย UTP นี้เข้าไปในหัว RJ-45 ด้วย โดยพยายามยัดเข้าไปให้ได้ลึกที่สุดแล้วกัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการหักงอของสายง่าย โดยให้ยัดเข้าไปให้ได้ดังรูปข้างล่างนี้

แล้วก็นำเข้าไปใส่ในช่องที่เป็นช่องแค้มหัวของ RJ-45 ในคีมที่จะใช้แค้มหัว หรือ Crimping Tool ให้ลงล็อกของคีมพอดี จากนั้นก็ให้ทำการกดย้ำสายให้แน่น เพื่อให้ Pin ทีอยู่ในหัว RJ-45 นั้นสัมผัสกับสายทองแดงที่ใส่เข้าไป บรรจงนิดหนึ่งนะครับในช่วงนี้ เพราะว่าเป็นช่วงหัวเลียวหัวต่อของชีวิตสายสัญญาณของคุณเลยแหละ เท่าที่ประสบการในการเข้าสายสัญญาณของผม ถ้าเป็นไอ้เจ้า Amp นี่ก็ไม่ต้องออกแรงมากเท่าไหร่ก็ OK ได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบของทั่ว ๆ ไปก็คงต้องออกแรงกดกันนิดหนึ่งแล้วกัน

อ้า...ท้ายที่สุดก็จะได้ปลายสัญญาณของระบบที่คุณต้องการดังกล่าวดังรูป ที่นี้ก็ไปทำอย่างที่ว่ามานี้อีกครั้งหนึ่งที่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง แต่อย่าหลงเข้าใจผิดว่านี่เป็นสาย Cross นะ เพราะว่าสาย Cross นั้นคุณต้องทำการสลับสายสัญญาณที่เข้านี้ ลองไปดูหัวข้อ Tip of the Day นะผมแนะนำการเข้าสาย Cross ไว้ที่นั่นแล้ว เพราะว่าการเข้าสายทั้งสองแบบนี้การไล่สีของสายไม่เหมือนกัน แตกต่างกันนิดหน่อย ส่วนสาย Cross เราสามารถนำเอาไปเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องให้เป็นระบบเครือข่ายได้โดยที่ไม่ต้องใช้ HUB ได้เลย แต่ได้แค่ 2 เครื่องเท่านั้น ส่วนสายแบบที่ต่อตรง ๆ นั้นจะใช้เชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์มายัง HUB

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2551

วันอังคารี่24 มิถุนายนต 2551

ข้อสอบคำสั่ง Ping

1.ข้อใดเป็นค่าของ ping

ก. Ping 10.10.2.138
ข. Ping 10:10:2:138
ค. Ping 10,10,2,138
ง. Ping 10;10;2;138

2.หากต้องการดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol ควรใช้คำสั่งใด

ก. ping
ข. ipconfig
ค. netstatsk
ง. ARP

3.หากต้องการค้นคำสั่งอื่นๆ ที่น่าสนใจ ต้องใช้คำสั่งใหนลยข้อ ง

ก. ping
ข. ARP
ค. tracert
ง. ipconfig/all

4.คำสั่ง tracert ใช้ตรวจสอบอะไร

ก. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ข. ตรวจสอบการเดินทางไปยังปลายทาง
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง

5. การ ping เป็นการทดสอบอะไร

ก. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไม่มีตัวตน หรือยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
ข. ทดสอบว่าเส้นทางสื่อสารจากเครื่องที่ใช้อยู่ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่าย ว่ายังใช้การได้อยู่หรือไม่
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ARP

6.คำสั่ง ping ใช้ตรวจสอบอะไร

ก. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ข. ตรวจสอบการเดินทางไปยังปลายทาง
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง

7.Ping /? คืออะไร

ก. คอมพัง หรือคอมพิวเตอร์โดนไวรัส
ข. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ค. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไม่มีตัวตน หรือยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
ง. ตรวจสอบ option ของ ping

8.คำสั่ง ARP ใช้ตรวจสอบอะไร

ก. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ข. ดูหมายเลข card lan
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง

9.ข้อใดเป็นวิธีการใช้คำสั่ง

ก. เลือก Start -->Programs -->MS-DOS Prompt
ข. เลือก Programs --> Start -->MS-DOS Prompt
ค. เลือก MS-DOS Prompt -->Programs --> Start
ง. ผิดทุกข้อ

10.หากตรวจสอบ ping แล้ว ขึ้น ภาษาต่างดาว เพราะเหตุใด

ก. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไม่มีตัวตน หรือยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
ข. คีย์ข้อมูลผิด
ค. คอมพัง หรือคอมพิวเตอร์โดนไวรัส
ง. ถูกเฉพาะ ข , ค

เครือข่ายอีเทอร์เน็ต หรือ IEEE 802.3

1. ความยาวสูงสุดของ Segment สำหรับ 100BASE-T4 คือเท่าใด
ก. 200 m
ข. 300 m
ค. 100 m
ง. 400 m

2. 10Base-T หมายถึงอะไร
ก. เป็นระบบเครือข่าย Ethernet ที่ใช้สาย Twisted Pair เป็นสื่อในการส่งสัญญาณ
ข. เชื่อมโยงระหว่างตึกทนทานต่อการถูกรบกวนได้เป็นอย่างดี
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ไม่มีข้อถูก

3. ข้อดีของสายใยแก้วนำแสงมีข้อดีอย่างไร
ก. ใช้เป็นเครือข่ายกระดูกสันหลังภายในตึก
ข. ดูแลรักษาง่าย
ค. เชื่อมโยงระหว่างตึกทนทานต่อการถูกรบกวนได้เป็นอย่างดี
ง. ถูกสุด

4. ข้อดีของสายโคแอกเชียลแบบหนามีข้อดีอย่างไร
ก. เชื่อมโยงระหว่างตึกทนทานต่อการถูกรบกวนได้เป็นอย่างดี
ข. ดูแลรักษาง่าย
ค. ถูกสุด
ง. ใช้เป็นเครือข่ายกระดูกสันหลังภายในตึก

5. ภายในแพ็กเก็ตจะบรรจุด้วยอะไร
ก. บรรจุด้วย Tecgnolohy
ข. บรรจุด้วยแมคแอดเดรส
ค. บรรจุด้วย Eqripment
ง. บรรจุด้วย Corporation

6. ในปีค.ศใดบริษัทซีร็อกซ์ประกาศหาผู้ร่วมทุนเพื่อช่วยโปรโมตเทคโนโลยีอีเทอร์เน็ต
ก. ปี ค.ศ. 1978
ข. ปี ค.ศ. 1976
ค. ปี ค.ศ. 1975
ง. ปี ค.ศ. 1979

7. ราวปี ค.ศ. 1973ใครเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีเครือข่าย
ก. Digital Eqripment Corporation
ข. In-house Tecgnolohy
ค. Rbert Metcalfe และบริษัทซีร็อกซ์
ง. Packet Radio

8. อีเทอร์เน็ตได้พัฒนามาจากรากฐานบนเครือข่ายอะไร
ก. บนเครือข่าย Packet Radio
ข. บนเครือข่าย โทโพโลยีแบบบัส
ค. บนเครือข่าย Robert Metcalfe
ง. บนเครือข่าย In-house Tecgnolohy

9. ระบบที่ใช้อีเทอร์เน็ตนั้นเหมาะกับงานที่ต้องการรับ/ส่งข้อมูล
ก. การรับ/ส่งข้อมูล
ข. การเข้า / ออกข้อมูล
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ไม่มีข้อถูก

10.อีเทอร์เน็ต (Ethernet) หมายถึงอะไร
ก. อีเทอร์เน็ต (Ethernet) หมายถึง ถึงแม้ว่าอิเทอร์เน็ตจะเป็นมาตรฐานดั้งเดิมของบริษัทซีร็อกซ์ แต่ในช่วงราวปี ค.ศ. 1985 ทาง IEEE
ข. อีเทอร์เน็ต (Ethernet) หมายถึง ความหมายที่มีอยู่ทั่วไปของอีเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลากหลายมาตรฐาน
ค. อีเทอร์เน็ต (Ethernet) หมายถึง การพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานบนโทโพโลยีแบบบัส (Bus Topolofy)
ง. อีเทอร์เน็ต (Ethernet) หมายถึง เพื่อเป็นมาตรฐานสําคัญของเครือข่าย LAN ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2551

/.class A
N.H.H.H = 11111111.11000000.00000000.00000000
Mark.bit....Submt+mark......Subnet......Host.......Submt*Host
.....2...........255.192.00...........2........4,194,302..........9 ......
******************************************************************
class B
N.N.H.H = 11111111.11111100.00000000.00000000
Mark.bit........Submt+mark.....Subnet.....Host.....Submt*Host
....7............255.255.254.02....126..........510........64,260........
*******************************************************************
class C
N.N.N.H = 11111111.11111111.11111111.11111000
Mark.bit....Submt+mark......Subnet....Host....Submt*Host
......5......255.255.255.255.....30...........8...........240.........

****************************************************************


ออกข้อสอบ ปรนัย(พร้อมเฉลย)10ข้อ


1.Mark bit ใน class ใดมีค่ามากที่สุด

a.class A
b.class B
c.class C
d.class B,C


2.Mark bit ใน class A มีค่าเท่ากับ......?.......

a. 2
b. 8
c. 126
d. 7

3.Submt* Host ใน class ใดมีค่ามากที่สุด

a.class A
b.class B
c.class C
d.class B,C

4.หมายเลข Host มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร

a. Prefix
b. Suffix
c. Perfix
d. ถูกทั้งข้อ ก และ ค


5.คำว่า IP ย่อมาจากอะไร

a. International Protocol
b. Internet Protocol
c. introduck Protocol
d ไม่มีข้อใดถูก


6.หมายเลข Host มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร

a. Prefix
b. Suffix
c. Perfix
d. ถูกทั้งข้อ ก และ ค


7.CIDR มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร

a. broadcast
b subnet
c. Super net
d ไม่มีข้อถูก


8.ไอพีแอดเดรสเป็นไปในลักษณะใด

a.มีขนาดช่องทางที่ใหญ่
b มีขนาด 32 บิต
c. มีตำเลขจำนวนมาก
d.มี16บิต


9.IP Address จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ส่วน คืออะไร


a. Network Address และ Computer Address
b. Computer Address และ Internet Address
c. Network Address และ Internet Address
d ถูกทุกข้อ


10.คำว่า IP ย่อมาจาก

a International Protocol
bInternet Protocol
c introduck Protocol
d ไม่มีข้อใดถูก



ข้อสอบอัตนัย 10 ข้อ(พร้อมเฉลย)


1.โปรโตคอลได้รับการพัฒนาซึ่งถูกใช้เป็นครั้งแรกในเครือข่ายที่ชื่อว่า.................................
ตอบ.ARPANET

2.โครงสร้าง TCP/IP มี............ชั้น
ตอบ.4 ชั้น

3.TCP/IP ย่อมาจาก........................................................
ตอบ.Transmitsion Control Protocol/Internet Protocol

4.หมายเลข Host มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า...................................

ตอบ.
Suffix

5.CIDR มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า..................................................
ตอบ.Super net

6.IP Address จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ส่วน คือ
1..............................................................................................
2..............................................................................................
ตอบ.
Network Address และ Computer Address

7.ไอพีแอดเดรส................บิต
ตอบ.
32บิต

8.Mark bit ใน class A มีค่าเท่ากับ..................................................
ตอบ.
2

9.Mark bit ใน class C มีค่าเท่ากับ..................................................
ตอบ.
5

10.Submt+mark ใน class C มีค่าเท่ากับ........................................
ตอบ.
255.255.255.255

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เรียนวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2551


1.Post Blog (copy URL เพื่อน Post )

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: Chaloempol Yokyuth (geng_gtr@hotmail.com)
http://chaloempol.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: Parina Polngam (nongnanfar@hotmail.com)
http://parina-nang.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ณัฐวุฒิ วรรณา (kon.jai.ray@hotmail.com)
http://e-wutdy.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: วีระชัย ชินทอง (weerachaidong@hotmail.com)
http://weedong.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ศิริลักษณ์ ใจโชติ (tum.naruk@hotmail.com)
http://pinkzosay.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นางสาวธนาภา บุญร่วม (tip21_@hotmail.com)
http://tanapa.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ความรักทำให้คนตาบอด บูดาเบส (b_boy.eg@hotmail.com)
นายเอกวิทย์ ประทีปธนากร 491225226
http://ekawit.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: pornpun intanun (nuthicha@hotmail.com)
http://nuthicha.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นางสาวสุนันทา จันมนตรี (rosri21@hotmail.com)
http://rosri.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นิโรบล ศรีวิชัยยศ (tanoy17@hotmail.com)
http://yakumi-tanoy.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ธวัชชัย ปรือปรัง (sek.7@hotmail.com)
http://dekduecub.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นายสุวัฒน์ บัวจันทร์ (kero_pee_1@hotmail.com)
http://keropee.blogspot.com

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ประครอง วันทะวงษ์ (auto_7991@hotmail.com)
http://roseka.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ชัชวาล ถิ่นนาไห (dexonhud@hotmail.com)
URL: http://chadchawal.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: สมปอง แสงสิงห์ (sompong.sangsing@hotmail.com)
http://sompong19.blogspot.com

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ธงชัย ราชสิฃห์ (pktp_9@hotmail.com)
http://dexhudmai.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: วิทยา สุดหล้า (teawit.la@hotmail.com)
http://longchimyung.blogspot.com/


2.สรุป basic ‘s datacommunication
Communication การย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์เทคโนโลยีสมัยนี้มีการเชื่อมต่อกันทั่วโลก
Why Study Data Communication?
เพื่อที่จะได้วิธีการย้ายข้อมูลที่ถูกต้อง และในสมัยก่อนมีความลำบากมากในการสื่อสาร จึงนำมาเป็นตัวแทนในการสื่อสาร
นิยามการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูล หมายถึง กระบวนการถ่ายทอด หรือการรับ-ส่งข้อมูล จากจุดใดจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ผ่านสื่อชนิดใดๆก็ได้ โดยข้อมูลจะหมายถึง ข้อความ รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ก็ได้ การสื่อสารข้อมูลโดยปกติเกิดขึ้นระหว่าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป
องค์ประกอบหลักของระบบสื่อสาร
องค์ประกอบหลักของการสื่อสารข้อมูลประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ
1. ฮาร์ดแวร์ ซึ่งได้แก่ ผู้ส่ง อุปกรณ์แปลงสัญญาณส่ง ตัวกลางหรือสื่อ อุปกรณ์แปลงสัญญาณด้านรับ และผู้รับ
2. โปรโตคอล (Protocol) และซอฟแวร์ (Software) โปรโตคอล คือ วิธีการหรือกฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล



3.OSI Model

แบบจำลอง OSI Model

Destination Source
7 Applpication Applpication
6 Presentation Presentation
5 session session
4 Transport Transport
3 Network Network
2 data Link data Link
1 Physical Physical


4.Basic’s IP Address

มีขนาด 32 บิต
ประกอบด้วยเลข 2 ส่วน
เลขเครือข่าย (network number)
เลขโฮสต์ (host number)
รูปแบบการเขียน “dotted decimal”
แบ่งเป็น 4 ไบต์
คั่นแต่ละไบต์ด้วยจุด (dot)

เราเตอร์ (Router)
ใช้เลขเครือข่ายเลือกเส้นทางส่ง packet
โฮสต์ที่มี netid ชุดเดียวกัน
จะอยู่เครือข่ายเดียวกัน
สื่อสารกันได้โดยใช้เฟรม data-link
ไม่ต้องใช้เราเตอร์

โฮสต์ที่มี netid ต่างกัน
จะอยู่ต่างเครือข่าย
เราเตอร์จะส่ง packet ข้ามเครือข่าย

5.แปลง IP
–29.143.26.68
–98.68.72.85

29.143.26.68= 00011101.10001111.00011010.01000100
98.68.72.85= 01100010.01000100.01001000.01010101

6.CIDR
•/23
•/15
•/18

/23= 11111111.11111111.11111110.00000000
subnet=255.255.254.0
host=2^9=512-2=510host

/15= 11111111.11111110.00000000.00000000
subnet=255.254.0.0
host=2^17=131,072-2=131,070host

/18= 11111111.11111111.11000000.00000000
subnet=255.255.192.0
host=2^14=16,384-2=16,382

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551

แนะนำตัวเอง


นายประครอง วันทะวงษ์

รหัสนักศึกษา 4912252212

โทร 087-8680968



PAKRONG
P 50 0101 0000
A 41 0100 0001
K 4B 0100 1011
R 52 0101 0010
O 4F 0100 1111
N 4E 0100 1110
G 47 0100 0111

WANTAWONG
W 57 0101 0111
A 41 0100 0001
N 4E 0100 1110
T 54 0101 0100
A 41 0100 0001
W 57 0101 0111
O 4F 0100 1111
N 4E 0100 1110
G 47 0100 0111

4912252212
4 34 0011 0100
9 39 0011 1001
1 31 0011 0001
2 32 0011 0010
2 32 0011 0010
5 35 0011 0101
2 32 0011 0010
2 32 0011 0010
1 31 0011 0001
2 32 0011 0010

087-8680968
0 30 0011 0000
8 38 0011 0000
7 37 0011 0111
8 38 0011 0000
6 36 0011 0110
8 38 0011 0000
0 30 0011 0000
9 39 0011 1001
6 36 0011 0110
8 38 0011 0000